|
|
|
|
ปัญหา
และอุปสรรคจากการใช้ประกาศฉบับที่ 6 และฉบับที่ 1 มาเป็นฉบับใหม่
? |
|
สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วบางประเภท
ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผลวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ความเป็นอันตราย
สร้างความลำบากในการรวบรวมข้อมูล
ไม่มีการแยกสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามประเภทอุตสาหกรรม หรือการประกอบกิจการ
จึงขาดความชัดเจนทำให้ไม่สะดวกในการวินิจฉัย และใช้เวลาในพิจารณามาก |
| |
|
|
| |
|
ประกาศ
การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548
มีผลใช้บังคับเมื่อไหร่ ? |
|
กฎหมายฉบับใหม่ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2549 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด
90 วันนับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ วันที่
26 เมษายน 2549 ฯ |
| |
|
|
| |
|
ตามประกาศกฎหมายใหม่
สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ได้รับการยกเว้น
? |
|
สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย
จากสำนักงาน บ้านพักอาศัย และโรงอาหารใน บริเวณโรงงาน
กากกัมมันตรังสี
มูลฝอยตาม พรบ. สาธารณสุข
น้ำเสียที่ส่งไปบำบัดนอกโรงงานทางท่อส่ง |
| |
|
|
| |
|
หน้าที่ผู้ก่อกำเนิดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
( Waste Generator) ? |
|
1.ต้องไม่ครอบครองสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไว้ภายในโรงงานเกินเวลา
90 วัน หากเกินต้องขออนุญาต ตามแบบ สก.1ในกรณี ที่ครอบครองของเสียอันตรายให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
เรื่องระบบเอกสารกำกับการขนส่งของ เสียอันตรายพ.ศ. 2547
2.ต้องมีผู้ควบคุมดูแลระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่มีความรู้เฉพาะด้าน (เฉพาะโรงงานตามประกาศผู้ควบคุม)
3.ต้องจัดทำแผนการป้องกันอุบัติภัยเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ในกรณีเกิดเหตุรั่วไหล
และอัคคีภัย
4.ห้ามมิให้นำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
(ใช้แบบคำขอตาม แบบ สก 2)
5.ต้องส่งสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตรายให้กับผู้รวบรวมและขนส่ง
หรือผู้บำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือ วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เท่านั้นในกรณีใช้บริการของผู้อื่น
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
6.ต้องมีใบกำกับการขนส่ง เมื่อมีการนำของเสียอันตรายออกนอกบริเวณโรงงานทุกครั้ง
และให้แจ้งข้อมลการขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ ี่ไม่ใช้แล้วทุกชนิดทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
7.ต้องรับผิดชอบต่อภาระความรับผิด (liability) ในกรณีสูญหาย เกิดอุบัติเหตุ
การทิ้งผิดที่ หรือการลักลอบทิ้ง และการรับคืน เนื่องจากข้อขัดแย้งที่ไม่เป็นไปตามสัญญาการให้บริการระหว่างผู้ก่อกำเนิดและผู้บำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
จนกว่าผู้บำบัดและกำจัดจะรับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนั้นไว้ในครอบครอง
(สำคัญจากเดิมผู้รับบำบัดเป็นผู้รับผิดชอบ)
8.ต้องส่งรายงานประจำปีให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรมตามแบบ สก. 3 ภายในวันที่
1 มีนาคม ของปีถัดไป |
| |
|
|
| |
|
รหัสของชนิดและประเภทของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามประกาศฉบับใหม่
? |
|
ตามประกาศฉบับใหม่จะใช้เลขรหัส
6 หลัก แทนรหัสเดิม โดยมีความหมายดังนี้
2 หลักแรก เป็นกิจกรรมหลัก (หมวด)
2 หลักกลาง เป็นกิจกรรมย่อย (หมู่)
2 หลักสุดท้าย เป็นประเภทของเสีย (หมู่ย่อย)
|
| |
|
|
| |
|
การกำหนดกิจกรรมหลัก
(สองหลักแรก) จะแบ่งเป็นกี่หมวด ? |
|
แบ่งเป็น
19 หมวด คือ
โดยส่วนใหญ่แล้ว หมวด 1-12 (หมวดเฉพาะ) แบ่งตามกระบวนการผลิตหลัก
โดยส่วนใหญ่แล้ว หมวด 13-19 (หมวดทั่วไป) แบ่งตามกระบวนการสนับสนุน |
| |
|
|
| |
|
วิธีการปฏิบัติการกำหนดรหัสที่เหมาะสมกับของเสีย
ดังนี้ ? |
|
1.
พิจารณาการประกอบกิจการตามหมวด 1 ถึง 12 เป็นลำดับแรก หรือหมวด
17 ถึง 19 เป็นลำดับต่อมา
2. หากไม่สามารถหารหัสที่เหมาะสมตามข้อ 1 ได้ให้ตรวจสอบรหัสตามชนิดของเสียในหมวด
13 ถึง 15
3. ถ้ายังไม่สามารถระบุได้ให้ตรวจสอบรหัสของเสียในหมวด 16
4. หากไม่สามารถระบุรหัสเลข 6 หลักจากหมวด 16 ได้ให้กลับไปใช้รหัสที่มีเลข
2 หลักสุดท้ายเป็น 99 ในหมวดที่เกี่ยวข้อง |
| |
|
|
| |
|
ตามประกาศฉบับใหม่
หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูล
หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจาก
โรงงานโดยทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Internet)
พ.ศ. 2547 จะปฏิบัติอย่างไร ? |
|
ประกาศฉบับใหม่จะใช้แบบ
สก. 2 โดยขออนุญาต ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2549 จะเป็นรหัส
6 หลักส่วนการ Key Manifest จะใช้ตามแบบ สก. 2 ใหม่ สำหรับการขออนุญาตตามฉบับเดิม
ให้ Key Manifest ตามระบบเดิม ตัวอย่าง ถ้าได้รับการอนุญาต
ณ วันที่ 24 เมษายน 2549 จนถึง 23 เมษายน 2550 ให้ใช้แบบฟอร์มเดิมจนสิ้นสุดอายุ
หลังจากนั้นใช้แบบ สก. 2 ขออนุญาตใหม่ต่อไ |
| |
|
|
| |
|
ในกรณีที่ใบอนุญาตเดิมยังไม่หมดอายุแต่ประมาณที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าปริมาณที่ยื่นขออนุญาตต้องดำเนินการอย่างไร
? |
|
กรณีที่ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นมากกว่าปริมาณที่ยื่นขออนุญาต
ให้ยื่นขออนุญาตเพิ่มเติมจาก โดยปฏิบัติการยื่นขออนุญาตตามประกาศกฎหมายฉบับใหม่
หรือยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ |
| |
|
|
| |
|
การรายงานปริมาณกากอุตสาหกรรมหลังจากส่งผู้รับกำจัดแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง
? |
|
การรายงานปริมาณกากอุตสาหกรรมหลังจากส่งให้ผู้รับกำจัดแล้ว
จะต้องรายงานผลเกี่ยวกับปริมาณของเสียของเสียที่ส่ง โดยผู้ก่อกำเนิด
และผู้รับกำจัดจะต้องรายงานการส่งของเสีย หรือการรับกำจัดของเสียทาง
Internet |
| |
|
|
| |
|
การที่ผู้ก่อกำเนิดมีการขอเลขประจำตัว
13 หลักอยู่แล้ว จะต้องยื่นขออนุญาตทาง Internet อีกหรือไม่
? |
|
ผู้ก่อกำเนิดที่ได้เลขประจำตัว
13 หลักแล้ว ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตทาง Internet เนื่องจากจะต้องใช้เลขประจำตัว
13 หลัก ในการยื่นขออนุญาตนำกากออกนอกบริเวณโรงงาน หรือการรายงานปริมาณการส่งของเสียไปบำบัดทาง
Internet |
| |
|
|
| |
|
ถ้าต้องการส่งผลการวิเคราะห์
เพื่อที่จะนำมาพิสูจน์ประเภทของเสีย สามารถส่งให้ที่ใดได้บ้าง
? |
|
เมื่อผู้ก่อกำเนิดจะดำเนินการบำบัดและกำจัดของเสียอุตสาหกรรม
จะต้องมีข้อมูลผลวิเคราะห์ทางเคมีและกายภาพโดยสามารถวิเคราะห์จากป้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของสถานประกอบการ
ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม, ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของทางราชการ,
ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จำกัด (มหาชน) โดยผลวิเคราะห์จะต้องเก็บไว้อย่างน้อย 3
ปี เพื่อทำการตรวจสอบ |
| |
|
|
| |
|
ถ้าผู้ก่อกำเนิดจะต้องมีผู้ควบคุมดูแลระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่มีความรู้เฉพาะด้าน
หรือต้องรับสมัครผู้ควบคุมมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ? |
|
ผู้ก่อกำเนิดจะต้องมีผู้ควบคุมดูแลระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมที่มีความรู้เฉพาะด้านจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย
มลพิษ หรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล
ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแล
สำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2545 และต้องจัดฝึกอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้อง |
| |
|
|
| |
|
การแจ้งการขนส่งของเสียอันตรายออกนอกบริเวณโรงงาน
Manifest ในกรณีของเสียมีหลายรายการที่ไปรถคันเดียวกัน
โดยส่งผู้รับกำจัดรายเดียวกัน การแจ้ง Manifest จะปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไร
? |
|
การแจ้ง
Manifest สามารถเลือกรายการของเสียตามที่ได้ขอยื่นอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
โดยนำน้ำหนักของเสียจากผู้รับกำจัดนำไปใส่ข้อมูลตามแต่ประเภทกากของเสียในครั้งเดียวได้ |
| |
|
|
| |
|
ผู้ก่อกำเนิดเมื่อได้ส่งของเสียอุตสาหกรรมให้แก่ผู้รับกำจัดแล้ว
การรายงานผลประจำปีใช้แบบใด ? |
|
การรายงานผลให้ใช้ใบแจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดสิ่งปฏิกูล
หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วสำหรับผู้ก่อกำเนิดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
(แบบ สก. 3) โดยต้องส่งรายงานนี้ให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรมภายในวันที่
1 มีนาคม ของปีถัดไป |
| |
|
|
| |
|
จากเดิมผู้ก่อกำเนิดมีของเสียขนาดใหญ่
ครอบครองของเสียได้ไม่เกิน 90 วัน ต่อมาได้เปลี่ยน กระบวนการผลิตเป็น
ขนาดกลาง อยากทราบว่าจะต้องดำเนินการเรื่องกากอย่างไรบ้าง ? |
|
กรณีผู้ก่อกำเนิดของเสียเกิน
100 กิโลกรัมต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1,000 กิโลกรัมต่อเดือนสามารถจัดเก็บได้ไม่เกิน
180 วัน
กรณีผู้ก่อกำเนิดของเสียเกิน 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน สามารถจัดเก็บได้ไม่เกิน
90 วัน
หมายเหตุ
1. หากเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้จะต้องขออนุญาตต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ตามแบบ สก. 1
2. ของเสียดังกล่าวจะรวมถึง วัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย
หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสีย อันตราย |
| |
|
|
| |